hacklink satın al ประวัติโรงเรียน | โรงเรียนพะตงวิทยามูลนิธิ

ประวัติโรงเรียน

     โรงเรียนพะตงวิทยามูลนิธิ  ตั้งอยู่เลขที่ 45 ถนนเทศบาล 31 ซอย 1  ตำบลพะตง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลาเป็นโรงเรียนเอกชนการกุศลประเภทการศึกษาสงเคราะห์พิเศษสังกัดสำนักงานคณะกรรมการ การศึกษาเอกชน กระทรวงศึกษาธิการ โรงเรียนพะตงวิทยามูลนิธิเป็นเจ้าของผู้รับใบอนุญาต เดิมทีคณะกรรมการและประชาชนชาวตลาดทุ่งลุง ได้ร่วมกันจัดตั้งขึ้นเป็นโรงเรียนสอนภาษาจีนชื่อว่า “ทงเคียว” เนื่องจากสภาพทางการเมืองในสมัยนั้น โรงเรียนจึงต้องเลิกกิจการไป ระยะต่อมาประชาชนที่สนใจการศึกษาของเยาวชนประกอบด้วยนายประเสริฐ  ลิ่มพฤกษ์เกษม, นายพิพิธ  พิพิธสุนทร, นายบรรเทา  จงวิไลเกษม, นายคณิต  หลายพิทักษ์ศิลป์, นายเท่งโจ้ย  แซ่ลิ่ม, นายเล่งแช  แซ่ลิ้ม, นายอีจิ้ว  แซ่ลิ้ม, นายซอต๋วย  แซ่ลิ้ม, นายเอกชัย  พฤกษ์พัฒนรักษ์ เป็นเจ้าของผู้จัดการ ในนามของคณะกรรมการ  และประชาชนชาวทุ่งลุงโดยใช้อาคารเรียนวัสดุครุภัณฑ์และอุปกรณ์ต่าง ๆ จากโรงเรียนที่สอนภาษาจีนเดิม และตั้งชื่อ “พะตงวิทยา” เปิดสอนวิชาสามัญ หลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการ เปิดทำการสอนครั้งแรกเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2504 รับนักเรียนได้ 216 คน ในระยะแรกเปิดเรียนแค่ 3 ห้องเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1, 2 และชั้นประถมศึกษาปีที่ 5  มีนักเรียน 80 คน ได้ทำการสอนเรื่อยมาจนมีนักเรียนเพิ่มขึ้นมาก จึงขออนุญาตขยายชั้นเรียนสายมัธยมศึกษาตอนต้นในปี พ.ศ. 2513

     ในปี พ.ศ. 2518 ทางคณะกรรมการโรงเรียนและผู้ก่อตั้ง มีความประสงค์ที่จะให้โรงเรียนเป็นโรงเรียนที่ประชาชนมีส่วนร่วมในการดำเนินงานมากยิ่งขึ้นจึงได้ขออนุญาตจัดตั้งมูลนิธิชื่อว่า“มูลนิธิโรงเรียนพะตงวิทยามูลนิธิ”โดยนายประเสริฐ ลิ่มพฤกษ์เกษม เป็นประธาน วัตถุประสงค์ในตราสารของมูลนิธิ “เพื่อส่งเสริมการศึกษา และส่งเสริมการบำเพ็ญสาธารณกุศลทั้งนี้ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง” และทำการเปลี่ยนชื่อโรงเรียนใหม่จาก “พะตงวิทยา” เป็น “พะตงวิทยามูลนิธิ” และได้เชิญนายแสง ยอดประสิทธิ์ มาดำรงตำแหน่งผู้จัดการแทนนายเอกชัย พฤกษ์พัฒนรักษ์ ที่ถอนตัวออกไปในปี พ.ศ. 2519

     วันที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2523 โรงเรียนได้ประสบอัคคีภัยเพลิงไหม้บ้านเรือนราษฎรที่ปลูกสร้างอยู่ใกล้กับอาคารเรียนเพลิงลุกไหม้อาคารเรียนไป 1 หลัง 8 ห้องเรียน พร้อมทั้งเอกสารวัสดุครุภัณฑ์ต่าง ๆ ทำให้นักเรียนขาดที่เรียน นายสุธีรพันธ์ วนาสันติพงศ์ ประธานมูลนิธิพร้อมด้วยคณะกรรมการจึงนำนักเรียนไปขออาศัยเรียนที่สมาคมหอตระกูลลิ้มภาคใต้ซึ่งเป็นสถานที่อยู่ใกล้เคียงกับโรงเรียนคณะกรรมการจัดหาทุนเพื่อก่อสร้างอาคารหลังใหม่ ประกอบด้วย นายเลื่อง ศรประสิทธิ์ กำนันตำบลพะตง

     นายชัยวุฒิ กาญจนแก้ว และนายลิ่มชุนฮะ แซ่ลิ่ม เป็นประธานและรองประธานคณะกรรมการ ในที่สุดอาคารเรียนหลังใหม่ได้ก่อสร้างขึ้นโดยทุนก่อสร้างทั้งหมดได้มาจากส่วนราชการหน่วยงานเอกชนประชาชนในท้องถิ่น และบริเวณใกล้เคียงร่วมกันบริจาคจำนวนทั้งสิ้น 1,200,000 บาท เป็นอาคารเรียนตึก 2 ชั้น 10 ห้องเรียน พร้อมห้องน้ำ ห้องส้วมต่อประปาและตั้งชื่ออาคาร “ธารน้ำใจ” เปิดใช้บริการอาคารเรียนได้เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2524

     ในปี พ.ศ. 2525 นายเอกชัย พฤกษ์พัฒนรักษ์ ซึ่งเป็นเจ้าของในนามคณะกรรมการมูลนิธิ และประชาชนชาวทุ่งลุงได้โอนกิจการทรัพย์สินทั้งหมดของโรงเรียน ให้กับมูลนิธิโรงเรียนพะตงวิทยามูลนิธิเป็นเจ้าของผู้ได้รับใบอนุญาต และได้ขออนุญาตขยายชั้นเรียนระดับอนุบาลเพิ่มขึ้น ในปีเดียวกันกรมสามัญได้เปิดสอนระดับมัธยมศึกษาตอนต้นขึ้นในพื้นที่ใกล้เคียงทางโรงเรียน จึงขออนุญาตยุบชั้นเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นโดยยุบปีละชั้นสิ้นสุดปีการศึกษา 2527 เนื่องจากสภาพพื้นที่ของโรงเรียนมีจำกัด นางรุจิรา เลิศไพรงาม ประธานมูลนิธิ และนายแสง ยอดประสิทธิ์ ผู้จัดการ ได้ติดต่อกระทรวงคมนาคม โดยผ่านทางจ่าสิบตรีอนันต์ เรืองกูล ซึ่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา ขอใช้ที่ดินของทางการรถไฟฯ เพื่อใช้เป็นสนามเด็กเล่นได้รับอนุญาตให้ใช้เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2525 โดยนายมนตรี พงษ์พานิช รัฐมนตรีช่วยว่าการคมนาคมเป็นผู้อนุมัติ

     ในปี พ.ศ. 2531 โรงเรียนได้ประสบอุทกภัยน้ำท่วม อุปกรณ์การเรียนการสอนเกิดการชำรุดเสียหาย ทางราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มาตรวจเยี่ยมให้ความช่วยเหลือได้รับทราบความเป็นมาและสภาพปัญหาต่าง ๆ ของโรงเรียน ตลอดจนการดำเนินงานของโรงเรียนในอนาคต ปีพ.ศ. 2533 นายอิสระ ปัญญานุชิต ประธานมูลนิธิและผู้ลงนามแทนผู้รับใบอนุญาต และนายประยุทธ กาญจนแก้ว ผู้จัดการโรงเรียน ได้ทำหนังสือและประสานงานกับกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อให้โรงเรียนเป็นโรงเรียนเอกชนตามวัตถุประสงค์ในตราสารมูลนิธิคือ “ส่งเสริมและจัดการศึกษาเพื่อการกุศลให้แก่ผู้ด้อยโอกาสทางการศึกษา” และได้รับอนุญาตให้เปลี่ยนแปลงจากโรงเรียนเอกชนทั่วไปเป็นโรงเรียนตามมาตรา 15 (3) ประเภทการศึกษาสงเคราะห์และการศึกษาพิเศษ เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2536 โดยรัฐบาลให้การอุดหนุนพิเศษเป็นโรงเรียนเอกชนการกุศล

     ปี พ.ศ. 2540 โรงเรียนได้ดำเนินการก่อสร้าง “อาคารเฉลิมพระเกียรติ” จำนวน 2 หลัง ใช้งบประมาณ 9,750,000 บาท สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชนให้การอุดหนุนจำนวนเงิน 8,460,000 บาท คณะกรรมการมูลนิธิโรงเรียนพะตงวิทยามูลนิธิองค์กรภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ปกครองและชุมชน ร่วมบริจาคจำนวนเงิน 1,290,000 บาท เพื่อเป็นสิริมงคลแก่โรงเรียนชุมชน ร่วมเฉลิมพระเกียรติในวโรกาสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระชนมพรรษา ครบ 72 พรรษา คณะกรรมการมูลนิธิชุมชนจึงพร้อมใจกันขอพระบรมราชานุญาต ใช้ชื่ออาคาร “อาคารเฉลิมพระเกียรติ1” และ “อาคารเฉลิมพระเกียรติ 2” พร้อมอัญเชิญสัญลักษณ์ประดิษฐานเหนือป้ายชื่ออาคาร และฯพณฯ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เป็นประธานในพิธีเปิดวันที่ 14 เมษายน 2542

     ปี พ.ศ. 2542 โรงเรียนได้ดำเนินการก่อสร้างอาคารเฉลิมพระเกียรติสมเด็จ พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ใช้งบประมาณจำนวนเงิน 9,080,000 บาท สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชนให้การอุดหนุนจำนวนเงิน 6,604,000 บาท คณะกรรมการมูลนิธิโรงเรียนพะตงวิทยามูลนิธิ หน่วยงานภาครัฐ เอกชน และชุมชน ร่วมบริจาคจำนวนเงิน 2,476,000 บาท สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานพระราชานุญาตให้ใช้นามอาคาร “อาคารเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเพทรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี” เมื่อวันที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2542 และ ฯพณฯ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษวางศิลาฤกษ์ เมื่อวันที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2542 ซึ่งนับว่าเป็นมงคลอันยิ่งใหญ่แก่โรงเรียนและชุมชน

    

ในปีงบประมาณ 2544 โรงเรียนได้รับการอุดหนุนงบประมาณจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชนให้ก่อสร้างอาคารหอประชุม / โรงอาหารชั้นบนปรับปรุงเป็นโรงพลศึกษาจำนวน 1 หลัง ซึ่งใช้งบประมาณกลาง 7,500,000 บาท ในการนี้สำนักคณะกรรมการการศึกษาเอกชนสนับสนุนงบประมาณเป็นจำนวนเงิน 4,000,000 บาท ซึ่งจังหวัดได้เปิดประมูลการก่อสร้างเป็นจำนวนเงิน 6,198,000 บาท คณะกรรมการโรงเรียนพะตงวิทยามูลนิธิและชุมชนสมทบเป็นจำนวนเงิน 2,198,000 ได้ดำเนินการก่อสร้างจนแล้วเสร็จ โดย ฯพณฯ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ได้อนุญาตให้ใช้ชื่ออาคารหอประชุม / โรงอาหารว่า “อาคารรัฐบุรุษ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์” ซึ่งถือเป็นสิริมงคลแก่โรงเรียนและชุมชนเป็นอย่างยิ่ง

ปี พ.ศ. 2546 โรงเรียนได้ขยายชั้นเรียน โดยเปิดสอนช่วงชั้นที่ 3 (มัธยมศึกษาปีที่ 1-3) ตามที่กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศให้สถานศึกษาใช้หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544

    ในปีเดียวกัน ทางโรงเรียนได้รับงบประมาณในการก่อสร้างอาคารเรียนแบบพิเศษ งบประมาณกลางจำนวนเงิน 38,000,000 บาท โดยสำนักงานบริหารคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน กระทรวงศึกษาธิการให้การสนับสนุนงบประมาณ จำนวนเงิน 8,737,000 บาท คณะกรรมการมูลนิธิ หน่วยงานภาครัฐและเอกชน ผู้ปกครองและชุมชนร่วมบริจาค จำนวนเงิน 29,263,000 บาท เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชุมชนและโรงเรียน คณะกรรมการมูลนิธิโรงเรียนพะตงวิทยามูลนิธิ ได้ขอพระราชทานชื่ออาคารเรียนและขออนุญาตเชิญตราสัญลักษณ์เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ และสำนักราชเลขาธิการให้ใช้ชื่ออาคารเรียนว่า “อาคารเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา บรมราชินีนาถ” นับเป็นสิริมงคลแก่โรงเรียนและชุมชน

 

     ปี พ.ศ. 2549 ทางโรงเรียนได้ก่อสร้างอาคารใหม่ขึ้นอีกหนึ่งหลัง ซึ่งใช้เป็นอาคารโรงฝึกงาน ฝึกปฏิบัติกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อจะได้เกิดทักษะในการเรียนรู้อย่างแท้จริง ซึ่งอาคารดังกล่าวได้ทำพิธีเปิดไปเมื่อวันที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2549 ทางโรงเรียนได้ประกอบพิธีเปิดอาคารเรียน “อัครเดช กาญจนแก้ว” โดยนายสุเทพ โกมลภมร รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ได้ให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธีเปิด ซึ่งทางโรงเรียนได้จัดสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นอาคารโรงฝึกงานขนาดมาตรฐาน 2 ชั้น 4 ห้องเรียน โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกระทรวงศึกษาธิการ และชุมชนร่วมสมทบโดยใช้งบประมาณในการก่อสร้างเป็นจำนวนเงิน 5,731,779 บาท และคณะกรรมการมูลนิธิได้มีมติให้ใช้ชื่อว่า “อาคารอัครเดช กาญจนแก้ว” เพื่อเป็นอนุสรณ์แก่ท่าน ในฐานะที่ท่านเคยดำรงตำแหน่งกรรมการมูลนิธิ และได้สร้างคุณงามความดีแก่โรงเรียนพะตงวิทยามูลนิธิในช่วงที่ท่านยังมีชีวิตอยู่

     ปี พ.ศ.2550 โรงเรียนได้ขยายชั้นเรียน โดยเปิดสอนช่วงชั้นที่ 4 (มัธยมศึกษาปีที่ 4-6) ตามที่กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศให้สถานศึกษาใช้หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544

     ปี พ.ศ. 2554 โรงเรียนได้จัดทำโครงการก่อสร้างอาคารเรียนและศูนย์วัฒนธรรม จำนวน 1 หลัง งบประมาณกลาง 20,000,000 บาท โดยสำนักบริหารงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน กระทรวงศึกษาธิการ สนับสนุนงบประมาณ 4,000,000 บาท นายวีระ คีรีวัฒน์ บริจาคเงินในการก่อสร้างเป็นจำนวนเงิน 10,000,000 บาท คณะกรรมการมูลนิธิ ชุมชน หน่วยงานภาครัฐและเอกชนร่วมบริจาคสมทบ เป็นจำนวนเงิน 6,000,000 บาท อาคารดังกล่าวเป็น “ แหล่งเรียนรู้ด้านวัฒนธรรม “ ที่สำคัญของโรงเรียน

     ปี 2561 โรงเรียนได้จัดทำโครงการก่อสร้างสนามกีฬาตามรูปแบบมาตรฐานการกีฬาแห่งประเทศไทย ประกอบด้วย สนามฟุตบอลและลู่วิ่งด้วยงบประมาณที่สนับสนุนจากผู้ปกครองนักเรียน บรรดาศิษย์เก่า และชุมชนในเขตเทศบาลตำบลพะตงและใกล้เคียงในการจัดทอดผ้าป่าสามัคคีเพื่อการศึกษา ในวันเสาร์ที่ 15 กันยายน 2561

Post Views: 3,131